Webboard
     All About Koi
บ่อ บ้านของปลา
น้ำ การเลี้ยงน้ำ
การเลือกปลา การเลี้ยงและการดูแล
ยา สารเคมี ปรสิต และโรค
     English Documents
 

     All About Koi

 น้ำ และองค์ประกอบต่างๆของน้ำ episode 3
All About Koi
   หัวข้อต่อไป: < Prev  Next >   

การเลี้ยงน้ำให้ได้ดี หรือการปรับปรุงคุณภาพน้ำนั้น ที่จริงแล้วคือการเลี้ยงปลาที่ดี

การบริหาร-จัดการเรื่องน้ำ
PART 3  :  การกรอง(FILTRATION SYSTEM)
 I TAKE CARE WATER , KOI TAKE CARE THEMSELVES ”

การบำบัดน้ำ ทำให้น้ำมีคุณภาพตามที่ต้องการ หรือที่มักเรียกกันคุ้นปากว่าการกรอง นั้น
แบ่งได้เป็นหลายแบบ หลายวิธี กล่าวโดยสรุปได้ดังนี้
1. การกรองทางกายภาพ , PHYSICAL OR MECHANICAL TREATMENT
2. การกรองเชิงเคมี , CHEMICAL TREATMENT
3. การกรองแบบชีวภาพ ,  BIOLOGICAL TREATMENT
ซึ่งสามารถแบ่งตามลักษณะการเคลื่อนที่ เป็นอีก 2กลุ่มใหญ่
A. Fixed or Static bead
B. Moving or Dynamic bead 
1. การกรองทางกายภาพ คือ การจัดการของใหญ่ ของหนัก สารแขวนลอยออกไปจากน้ำ มักใช้เป็นด่านแรก เพื่อให้การกรองในลำดับถัดไปสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น ลดภาวะ เพิ่มประสิทธิภาพ
เริ่มตั้งแต่วิธีโบร่ำโบราณ เช่นการรองน้ำฝนเก็บไว้ในตุ่ม รอให้ฝุ่นละอองตกตะกอน การปล่อยให้น้ำไหลผ่านที่ว่างช้า ๆ เป็นการลดความเร็วของน้ำ ให้ตะกอนมีเวลาที่จะตกลงมา หรือการใช้อุปกรณ์เข้าช่วย เช่น การปล่อยให้น้ำไหลผ่านชั้นกรอง จำพวกอิฐหัก, ทรายหยาบ, ทรายละเอียด เพื่อให้ได้น้ำที่ใส
การกรองทางกายภาพนี้ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก
1. ขังน้ำทิ้งไว้ หรือลดความเร็วน้ำให้ช้าลง ทำให้น้ำมีเวลาอยู่ในบ่อกรองนี้นานขึ้น ตะกอนจะค่อย ๆ ตกลงมานอนก้นเอง ตะกอนใหญ่ตกก่อน ตะกอนเล็กตกทีหลัง   กระบวนการนี้อาจต้องใช้เวลา 5-15 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของตะกอน การพักน้ำนี้ อาจมีการเติมออกซิเจน หรืออากาศเข้าช่วยบ้างก็จะดี
2. แบบใช้อุปกรณ์เข้าช่วย  คือการใช้วัสดุดักตะกอนต่าง ๆ  เช่น
- อิฐหัก , กรวดหยาบ                 วัสดุประเภทนี้อุดตันได้ง่าย ทำความสะอาดยาก 
- แปรงพู่ไนลอน                       ใช้ดักตะกอนให้ติดตามขน สะสมตะกอนได้มาก
- อวน , สแลน                          ใช้ดักตะกอน สะสมตะกอนได้มาก
- ปะการัง , หินพัมมิส                 อุดตันง่าย ทำความสะอาดยาก
- ใยแก้ว                                 อุดตันง่าย ทำความสะอาดยาก
FILTERMAT หรือ MATALA      ดักตะกอนได้มาก อุดตันยาก ล้างง่าย ราคาแพง
- อื่น ๆ
 

Nylon brush 

Matala 

Japanese Mat Filter (JPM)


3. แบบใช้เทคนิค
   เป็นชนิดที่ต้องใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย เช่น
- SAND FILTER      ระบบที่ใช้ทั่วไปในสระว่ายน้ำ ประกอบด้วยถังความดัน , ทราย และระบบอื่น ๆ
- VORTEX             ระบบน้ำหมุนวนที่แรงหมุนดึงตะกอนให้ตกลงเบื้องล่าง , ตัว VORTEX ที่เราคุ้นเคยกันมาก ๆ ก็คือระบบน้ำวนของชักโครกนั่นเอง
 
 
   Diagram แสดงการทำงานของถัง VORTEX
 
 FOAM FRACTIONATER หรือ PROTIEN SKIMMER โดยใช้ฟองอากาศเป็นตัวดักโปรตีนหรือDOC. ในน้ำให้เป็นฟอง  
ฟองนี้มีลักษณะหนืด สีน้ำตาล และค้างอยู่ที่ส่วนหัวของ
SKIMMER
   ใช้จัดการ DOC. โดยเฉพาะ
 
 SURFACE SKIMMER หรือ POWER SKIMMER แทนที่จะใช้การล้นน้ำทิ้ง SURFACE SKIMMER ดักตะกอนใหญ่ที่อยู่ส่วนผิวของน้ำ กักตะกอนไว้ในตะกร้า ส่วนน้ำที่เหลือจะหมุนเวียนน้ำเข้าสู่ระบบกรองอีกครั้ง
 
2. การกรองเชิงเคมี      อาศัยความรู้ทางเคมีมาปรับใช้กับการกรองน้ำ เพื่อขจัดสารที่ไม่ต้องการออกไป การกรองเชิงเคมีนี้มีราคาค่อนข้างแพง และใช้ได้กับสารบางกลุ่มเท่านั้น จึงเหมาะที่จะใช้เป็นตัวเสริมระบบ ใช้เมื่อ START UP บ่อในช่วงแรก หรือใช้ในบ่อพักชั่วคราว (HOSPITAL OR QUARANTINE TANK) ประสิทธิภาพของการกรองเชิงเคมีนี้ ขึ้นกับความบริสุทธิ์ เกรด และชนิดที่เลือกใช้ สารเคมี ที่นิยมนำมาใช้ในการกรองนี้ มีอยู่ 4 ชนิด
1. กรองเรซิน ION-EXCHANGED RESIN     มักใช้สำหรับการแก้น้ำกระด้าง (KH) , ลดคลอรีน ในน้ำประปา ที่พบเห็นได้บ่อยคือ ชุดกรองน้ำสำเร็จที่มีขายทั่วไป เมื่อใช้งานไปสักระยะหนึ่ง ต้องล้างตะกอนและล้างสารเรซินด้วยน้ำเกลือ จะใช้งานต่อไปได้อีกระยะ
2. ผงถ่าน, ACTIVATED CARBON
 
ผงถ่านที่ผ่านการสังเคราะห์มาแล้ว มีคุณสมบัติดูดซับ
โลหะหนัก, ก๊าซ, คลอรีน, สี กลิ่นต่าง ๆ และ DOC.  ไม่มีผลกับแอมโมเนีย
 สัดส่วนการใช้  :          1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 8-10 ตัน
 อัตราการไหล  :          100-500 ลิตรต่อชั่วโมง ขึ้นกับพื้นที่หน้าตัดของถังกรอง
 ข้อจำกัด         :          ประสิทธิภาพต่ำลง เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น , ค่า pH สูง
 ระยะเวลาการใช้       เปลี่ยนใหม่ทุก 6 เดือน , ไม่สามารถ RECHARGE หรือRECYCLE ได้ (ค่าใช้จ่ายแพงมาก)
3. หินซีโอไลท์ , ZEOLITE   
 นิยมใช้ในการขจัดแอมโมเนีย สามารถดูดซับก๊าซอื่น ๆ และสารพิษตกค้างในน้ำได้
   
 สัดส่วนการใช้  :         ซีโอไลท์ 1 กรัม สามารถดูดซับแอมโมเนียได้ 1.5 มิลลิกรัม ซึ่งหมายถึงปริมาณอาหารประมาณ 1.5 กรัม แปลได้ว่าถ้าใช้อาหาร 1 กก. ทุกวันต้องใช้ซีโอไลท์ 4-5 กก. และRECHARGE ทุก 7 วัน (คิดแบบที่ระบบกรองใช้ซีโอไลท์อย่างเดียว)
 ข้อจำกัด  :                ห้ามใช้ในบ่อที่เติมเกลือ กล่าวกันว่า เกลือที่ความเข้มข้น 0.3%ขึ้นไป อาจเกิดการคายแอมโมเนียได้บ้าง
 ระยะเวลาการใช้ :       เมื่อซีโอไลท์ดูดซับแอมโมเนียเต็มแล้ว สามารถนำไปRECHARGE ด้วยการแช่ในน้ำเกลือเข้มข้น (1 กก.ต่อน้ำ 20 ลิตร)   เป็นเวลา 10-12 ชั่วโมง จะได้ประสิทธิภาพคืนมา 80%
4. อากาศหรือออกซิเจน   การDEGASSING เป็นการเพิ่มหรือเร่งให้มีการแลกเปลี่ยนก๊าซ
ของเสียออกจากน้ำโดยเร็ว และแลกรับอากาศ (ออกซิเจน) เข้าไปเพิ่ม อาจใช้น้ำตก,     น้ำพุ   หรือ BAKKI SHOWER ก็ได้      วัตถุประสงค์หลักของการ DEGASSING นี้ คือการลดแอมโมเนีย, คาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซอื่น ๆ พร้อมกับเพิ่มค่า DO.ไปด้วยในกระบวนการเดียวกัน
 
3. การกรองแบบชีวภาพ  หัวใจของระบบกรองของบ่อเลี้ยงปลา
การขจัดของเสียออกไปจากน้ำในบ่อเลี้ยง เป็นเรื่องที่นักเลี้ยงปลาให้ความสำคัญและการรักษาคุณภาพน้ำให้ดีอยู่อย่างสม่ำเสมอเป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ของเสียที่เกิดขึ้นในระบบนี้ ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของแอมโมเนียและอนุพันธ์ของแอมโมเนีย  อีกวิธีที่เป็นที่นิยมกันก็คือการสร้างสภาวะแวดล้อมให้แบคทีเรีย (NITROSOMONAS และNITROBACTER) เป็นตัวย่อยสลายแอมโมเนีย
   1.  DENITRIFICATION      : แอมโมเนีย (NH3 , NH4+)  -->  ไนไตรท์ (NO2-)   --> ไนเตรท (NO3-)
   2.  DENITRITATION         : ไนไตรท์   ----->  ก๊าซไนโตรเจน
   3.  DEAMMONIFICATION : แอมโมเนีย    --->   ก๊าซไนโตรเจน


กระบวนการทั้งหลายทั้งปวงนี้ จะเกิดขึ้นได้เมื่อปัจจัยต่าง ๆ ถูกจัดเตรียมให้อย่างพร้อมสมบูรณ์
1.    พื้นที่ให้แบคทีเรียอาศัย   แบคทีเรียเหล่านี้จะมีชีวิตยืนยาวและทำงานมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องสร้างที่อยู่อาศัย ที่เราเรียกว่าวัสดุกรอง แบคทีเรียจะสร้างที่อยู่ (BACTERIA COLONY) ขึ้นที่ผิววัสดุกรองจัดเรียงตัวประสานสัมพันธ์กันใน COLONY ประกอบด้วยโครงตาข่ายของแบคทีเรียหลายชนิดที่อาศัยและทำงานร่วมกัน วัสดุกรองที่มีพื้นที่มาก จึงสามารถให้แบคทีเรียสร้าง COLONY ได้เป็นจำนวนมากในขณะที่วัสดุกรองที่มีพื้นที่ผิวจำเพาะน้อย ต้องใช้ครั้งละคราวละมาก ๆ เพื่อให้มี COLONY เพียงพอต่อการย่อยสลาย
2.    ออกซิเจน       กลุ่มแบคทีเรียที่กล่าวถึงนี้ เป็นพวก AEROBIC BACTERIA   ดังนั้นการดำรงคงอยู่ขึ้นกับปริมาณออกซิเจนเป็นสำคัญด้วย การต้องอาศัยออกซิเจนนี้ ทำให้ BACTERIA ไม่สามารถสร้าง COLONY ที่ผิววัสดุชั้นในได้ กล่าวกันว่า BACTERIA FILM จะสร้างลึกจากผิววัสดุกรอง ประมาณ   1-2 มม.เท่านั้น การใช้วัสดุกรองประเภท PACK DOWN MEDIA (กรวด, ปะการัง, หินพัมมิส) ที่มีความหนามาก จึงไม่ค่อยเกิดประโยชน์มากนัก เนื่องจากภายในชั้นวัสดุกรองมีปริมาณออกซิเจนไม่เพียงพอให้ BACTERIA อาศัยอยู่ได้
3. อุณหภูมิ  ที่อุณหภูมิสูงหรือต่ำจนเกินไป แบคทีเรียไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้
4. ค่า pH     ค่าที่เหมาะสมควรอยู่ในช่วง 6.5 < pH < 8.5
5. แสงแดด  แสงแดดมี ULTRAVIOLET ที่สามารถทำลายสุขภาพของแบคทีเรีย
6. การเปลี่ยนแปลงที่กะทันหั   ทั้งอุณหภูมิ , pH  และค่าอื่น ๆ
7. ระยะเวลาการทำงาน  
เรื่องนี้ต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน
A. จำนวนรอบกรอง   หมายถึงปริมาณน้ำที่ผ่านระบบกรองต่อวัน เป็นสัดส่วนที่สำคัญในการเลือกขนาดปั๊ม และขนาดระบบ ค่าที่แนะนำในเมืองร้อนควรอยู่ที่ 12-20 รอบต่อวัน ขึ้นกับสภาพและขนาดของแต่ละบ่อ
B. ระยะเวลาสัมผัส (CONTACT TIME)  เวลากักเก็บ (RETENTION TIME)   เป็นค่าที่แสดงเวลา ความนานของน้ำที่อยู่ในระบบกรอง ควรมีค่า อยู่ในช่วง 15 นาทีขึ้นไป ค่านี้เป็นค่าหนึ่งที่กำหนดความใหญ่โตของระบบกรอง
    ปัจจัยที่มีผลต่อเวลานี้มีหลายตัว เช่น
        1. ขนาดของบ่อกรอง
        2. ชนิดของวัสดุกรอง
        3. ปริมาณและความเร็วของน้ำที่ไหลผ่าน มีวิธีการคำนวณ/ประมาณได้หลายวิธี เช่น
       สูตรที่ 1  :ปริมาตรมีเดียที่ใช้ (m3) คิดจากปริมาตรน้ำในช่องกรอง/ขนาดของปั๊ม (m3/นาที)
       สูตรที่ 2 : อัตราการไหล 60-80 ลิตร/นาที ต่อขนาดพื้นที่ผิวบ่อกรอง (ตร.ม.)
ตัวอย่าง  บ่อเลี้ยงปลาขนาด 10 m3 เลือกจำนวนรอบกรอง 15 รอบต่อวัน
คำนวณแบบสูตรที่ 1  ตั้งสมมุติฐานว่า ถ้าบ่อกรองขนาด 3 m3          คาดว่าจะใช้ใส่มีเดีย   2 m3           
ขนาดปั๊มน้ำที่เลือก 12 รอบ  x (10+3)m3            = 156    m3 / วัน
                                                                  = 6.5     m3 / ชั่วโมง
                                                                  =     0.108 m3 / นาที
ระยะเวลาสัมผัส         =   2 / 0.108                  =     19      นาที
คูณด้วยค่าความโปร่ง/ทึบของวัสดุกรอง ค่าประมาณ 0.3-0.9
ใช้สัดส่วนของน้ำที่เหลืออยู่เมื่อใส่วัสดุกรองจนเต็มแล้ว ต่อน้ำทั้งหมด เช่น
เลือก ปะการัง เป็นวัสดุกรอง เมื่อใส่ปะการังเต็มจำนวน(ประมาณ 2,000 ลิตร) เว้น ด้านบน-ล่างเป็นที่น้ำไหลผ่าน   
ปะการังจะแทนที่น้ำบางส่วนไป ประมาณ 1,500 ลิตร คงเหลือ น้ำอยู่ในระบบ
     =2,500-1,500 =800 ลิตร เท่านั้น  
ค่าความโปร่ง/ทึบของวัสดุกรอง =800/2,500 --> 0.3
เลือก JPM เป็นวัสดุกรอง เมื่อใส่ JPM เต็มจำนวน (ประมาณ 2,000 ลิตร) เว้น ด้านบน-ล่างเป็นที่น้ำไหลผ่าน   
JPM จะแทนที่น้ำบางส่วนไป ประมาณ 300-500 ลิตร คงเหลือ น้ำอยู่ในระบบ      =2,000-500=1,500 ลิตร เท่านั้น 
ค่าความโปร่ง/ทึบของวัสดุกรอง =1,500/2,000 --> 0.75
ระยะเวลาสัมผัส มีค่าระหว่าง   6-15 นาที ขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุกรอง
ระยะเวลาสัมผัส(CONTACT TIME) เวลาไหลผ่าน(RETENTION TIME) จึงขึ้นกับชนิดของวัสดุกรองที่เลือกใช้เป็นสำคัญ
ดังนั้นขนาดของบ่อกรองไม่ควรเล็กกว่า 2.5-3   m3
ข้อสังเกตุ       การคำนวณนี้ใช้ปริมาณวัสดุกรอง ไม่ใช้ขนาดบ่อกรอง เนื่องจากปริมาณน้ำในบ่อกรองที่ไม่มีวัสดุกรอง ไม่มีผลกับการคำนวณ
 
คำนวณแบบสูตรที่ 2            ขนาดปั๊มที่เลือกคือ 0.130 m3/ นาที หรือ 130 ลิตร/นาที
เลือกอัตราการไหลผ่าน 60-80 ลิตร/นาที ต่อขนาดพื้นที่ของบ่อกรอง
หมายความว่า  ขนาดของบ่อกรองควรมีค่าพื้นที่ผิว 1.625-2.16 m2 เลือกค่า   2 m2
แปลความโดยรวมคือ    บ่อกรองควรมีขนาดพื้นที่ 2 m2 ขึ้นไป และมีความจุน้ำ 2.5 m3 ขึ้นไป
ส่วนการเลือกใช้วัสดุกรอง หรือ ระบบกรองที่เหมาะสม เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาควบคู่กันไป จะได้กล่าวถึงในลำดับถัดไป

ลักษณะของการกรอง        แบ่งตามทิศทางการไหลของน้ำ
1. VERTICAL FLOW         บางทีเรียก UP-DOWN FLOW  น้ำไหลผ่าน MEDIA ในทิศทางแนวดิ่ง นิยม
ทำช่องคั่นกลางระหว่างบ่อ เรียกช่องน้ำมุดหรือลอด การที่น้ำไหลผ่านวัสดุกรองในแนวดิ่งนี้  ทำให้ตะกอนหรือซากทั้งหลายสะสมอยู่ในวัสดุกรองชั้นลึก ๆ  หากสะสมอยู่มากและนานจะทำให้อุดตัน น้ำไม่สามารถไหลผ่านได้ กลายเป็นพื้นที่ขาดออกซิเจนเป็นที่อยู่ของแบคทีเรีย กลุ่ม ANAEROBIC  BACTERIA
2. HORIZONTAL FLOW การไหลในแนวนอน ความสำคัญของระบบนี้คือการใช้หัวทรายทำให้น้ำกระจายและผสมกัน ก่อนไหลผ่านวัสดุกรองในแนวราบ ตะกอนจะสะสมอยู่ที่ด้านข้างของวัสดุกรอง หากเลือกวัสดุกรองที่โปร่ง น้ำไหลผ่านได้ง่าย การอุดตันจะเกิดขี้นได้น้อยกว่าวัสดุกรองแบบ PACK DOWN
3. CIRCULAR UPWARD FLOW     ใช้ในระบบ VORTEX คือให้น้ำไหลวนเป็นก้นหอยทำให้น้ำมี ระยะเวลาสัมผัสวัสดุกรองนานขึ้น ในเวลาเดียวกันการเคลื่อนที่เป็นวง จะเหวี่ยงตะกอนให้ตกออกด้านข้างและรวมตัวที่ก้นกรวยของบ่อ VORTEX วัสดุกรองในระบบ VORTEX ต้องเป็นแบบโปร่งมีค่า VOID (ช่องว่าง) สูงมาก ๆ เพื่อให้น้ำไหลผ่านได้ดี ไม่มีแรงต้านปะทะจากเนื้อวัสดุกรอง
4. อื่น ๆ  เช่น  FLUIDIZED BEAD, BUBBLE BEAD FILTER, MOVING BEAD FILTER, TRICKLE TOWER ,THE ANSWER SYSTEM, ฯลฯ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะแบบของตัวเอง

PROTIEN SKIMMER

SURFACE SKIMMER



Biofilm หรือ Bacteria colony
กล่าวถึง Bacteria colony หรือ Biofilm กันมาแล้วหลายครั้ง
Bacteria colony หรือ Biofilm คืออะไร    
แบคทีเรียในระบบกรอง หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ
NITROSOMONAS
 และ NITROBACTER  เมื่อพบตำแหน่งที่เหมาะสม ทั้งอาหาร ออกซิเจน อุณหภูมิ pH และ.... อื่นๆ จะลงหลักปักฐาน สร้างที่ยึดเกาะกับวัสดุกรอง ยึดเหนี่ยวเกาะเกี่ยวกัน เหมือนโครงสร้างโมเลกุล

เป็นบ้านให้พักอาศัย ทำงาน กินอาหาร และขยายพันธุ์ แบคทีเรียที่ล่องลอย ไม่ได้สร้างcolony ไม่มีผลกับการบำบัดน้ำ   ภายในBiofilm มิได้มีแบคทีเรียเพียง2กลุ่ม ดังที่กล่าวมา  หากประกอบไปด้วย สิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ที่เกื้อกูลกัน   ตราบใดที่เงื่อนไขเบื้องต้นเหมาะสม .....   อาหารและออกซิเจนมากพอ แบคทีเรียจะขยายตัวไปเรื่อยๆ  กล่าวว่าทุกๆ 24ชั่วโมง  NITROSOMONAS และ NITROBACTER  จะขยายปริมาณเป็น 2เท่า ดังนั้นมีเดียที่มีพื้นที่ผิวมากๆ จะรองรับหรือสร้างBiofilm ได้ดีกว่า มากกว่า

  ภาพจากหนังสือ Koikichi , Peter Waddington

เมื่อเวลาผ่านไป ตะกอน และสิ่งหมักหมมต่างๆเพิ่มขึ้นและไม่ได้ถูกล้างออกไป ระบบกรองเริ่มอุดตัน ปริมาณน้ำ(หมายถึงอาหารและออกซิเจน) ที่ไหลผ่านการล้างบ่อกรองในคาบเวลาที่เหมาะสม  จึงเป็นการ Refresh ระบบให้กลับมาทำงานได้เต็มที่อีกครั้งหนึ่ง  มีแบคทีเรียอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ค่อยได้กล่าวถึงนัก  Heteterotrophic กลุ่มนี้มีหน้าที่ย่อยสลายปฏิกูล ....ตะกอน ขี้ปลา และอื่นๆ ให้เป็นชิ้นเล็กๆ  และเป็นแอมโมเนีย และอื่นๆ ที่แบคทีเรียอื่น จะย่อยสลายได้ต่อไป  มักอาศัยอยู่ในขั้นตอนกรองกายภาพ เนื่องจากมีอาหารอุดมสมบูรณ์ 
เมื่อระบบกรองอุดตัน โดยเฉพาะในส่วนการกรองของ biofilter ไม่ว่าจากเหตุใด  Heterotrophic จะขยายพื้นที่ทำงานเข้ามาใน biofilter และที่สำคัญ คืออัตราการขยายตัวของHeterotrophic  คือประมาณ 2,361,183,241,434,820,000,000  หรือ กว่า2.4พันล้านล้านล้านเท่าในทุก24ชั่วโมง   (ฝรั่งเขาว่าไว้)   ปริมาณมหาศาลนี้ ทำให้ Biofilm บางส่วนไม่สามารถคงอยู่ต่อไปได้ เนื่องจากถูกรุกรานที่อยู่อาศัย และแย่งออกซิเจน การเลือกวัสดุกรองที่เหมาะสม  สร้างสภาพแวดล้อมที่ดี และการหมั่นดูแลรักษาระบบกรอง  จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาคุณภาพน้ำ คุณภาพและสุขภาพปลา


การเพิ่มระบบกรองกายภาพ และบำรุงรักษาที่ดี จึงมีผลดี ทำให้ระบบกรองชีวภาพทำงานได้เต็มที่ ไม่ถูกรบกวนและ อุดตันได้ง่าย

 

 © 2007 CRAFT SKILL CO.,LTD.
 

Hosting

Hosting